Retail Inventory Method: วิธีคำนวณสต็อกแบบร้านค้าสากลที่ SME ไทยต้องรู้ 2026
Retail Inventory Method: วิธีคำนวณสต็อกแบบร้านค้าสากล ที่ SME ไทยต้องรู้
นับสต็อกทุกวัน เสียเวลา 3-4 ชั่วโมง? ลูกค้าสั่งซื้อแต่สต็อกหมด ต้องยกเลิกออเดอร์ 30-50 ครั้ง/เดือน? มาดูวิธีบริหารสต็อกแบบร้านค้าสากลที่ช่วยให้ธุรกิจไทยควบคุมสต็อกได้แม่นยำ ไม่ต้องนับทีละชิ้น
ปัญหาที่ร้านค้าไทยเจอบ่อย
Retail Inventory Method คืออะไร?
Retail Inventory Method หรือ วิธีการคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือแบบร้านค้า เป็นวิธีที่ร้านค้าทั่วโลกใช้ประมาณการมูลค่าสต็อกและต้นทุนขาย (COGS) โดยไม่ต้องนับสินค้าทีละชิ้น เหมาะมากสำหรับร้านค้าที่มีสินค้าหลายรายการ เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอาง หรือร้านขายของออนไลน์ที่มี SKU เยอะ
วิธีนี้ทำงานโดยการเปรียบเทียบต้นทุนซื้อสินค้ากับราคาขายปลีก เพื่อหาอัตราส่วนต้นทุนต่อราคาขาย (Cost-to-Retail Ratio) แล้วใช้อัตราส่วนนี้คำนวณมูลค่าสต็อกที่เหลือจากยอดขายในแต่ละงวด
ทำไมธุรกิจไทยต้องรู้วิธีนี้?
วิธีคำนวณ Retail Inventory Method แบบง่าย
คำนวณอัตราส่วนต้นทุนต่อราคาขาย (Cost-to-Retail Ratio)
สูตร: ต้นทุนสินค้ารวม ÷ ราคาขายปลีกรวม × 100
ตัวอย่าง: ซื้อเสื้อมา 100 ตัว ตัวละ 150 บาท (ต้นทุน 15,000) ตั้งราคาขาย 290 บาท (ราคาขาย 29,000) = อัตราส่วน 51.7%
หามูลค่าสต็อกคงเหลือตามราคาขาย (Ending Inventory at Retail)
สูตร: ราคาขายรวม - ยอดขายจริง
ตัวอย่าง: ราคาขายรวม 29,000 บาท - ขายได้ 18,000 บาท = สต็อกคงเหลือ 11,000 บาท (ตามราคาขาย)
คำนวณมูลค่าสต็อกคงเหลือตามต้นทุน (Ending Inventory at Cost)
สูตร: สต็อกคงเหลือตามราคาขาย × อัตราส่วนต้นทุน
ตัวอย่าง: สต็อกคงเหลือ 11,000 บาท × 51.7% = สต็อกมูลค่า 5,687 บาท (ต้นทุน)
คำนวณต้นทุนขาย (COGS - Cost of Goods Sold)
สูตร: ต้นทุนสินค้ารวม - สต็อกคงเหลือตามต้นทุน
ตัวอย่าง: ต้นทุน 15,000 บาท - สต็อกคงเหลือ 5,687 บาท = COGS 9,313 บาท (กำไรขั้นต้น 8,687 บาท)
ความท้าทายของ Live Commerce ไทย 2026
ธุรกิจ Live Commerce ในไทยเติบโตมาก แต่มีปัญหาเรื่องการจัดการสต็อกที่แตกต่างจากร้านค้าปกติ เมื่อขายสด สินค้าอาจขายหมดในไม่กี่นาที ถ้าสต็อกไม่ตรง จะเกิดปัญหายกเลิกออเดอร์ ทำให้เสียชื่อเสียงและโดนแบนจากแพลตฟอร์ม
ปัญหาที่พบบ่อย
- • ขายซ้ำใน TikTok Shop / Shopee Live พร้อมกัน
- • ลูกค้าสั่งซื้อแต่สต็อกหมดแล้ว ต้องยกเลิก
- • ไม่รู้ว่าขายไปเท่าไหร่ในแต่ละไลฟ์
- • Excel อัปเดตไม่ทัน ข้อมูลคนละเวอร์ชัน
วิธีแก้ด้วยระบบดิจิทัล
- • เชื่อม API ดึงยอดขาย Real-time จากแพลตฟอร์ม
- • ตั้งค่า Alert เมื่อสต็อกใกล้หมด
- • ใช้ระบบเดียวกันทั้งทีม แทน Excel หลายไฟล์
- • นับสต็อกด้วยมือถือ อัปเดตทันที
เลือกวิธีประเมินสต็อก: FIFO vs LIFO อันไหนดีกว่า?
นอกจาก Retail Inventory Method ธุรกิจไทยควรรู้จัก FIFO และ LIFO ด้วย เพราะกรมสรรพากรยอมรับทั้งสองวิธี แต่ต้องเลือกใช้ให้สม่ำเสมอ
FIFO (First In, First Out)
ขายของเก่าก่อน ของใหม่อยู่ท้ายคิว
แนะนำสำหรับ: FMCG, อาหาร, Skincare
LIFO (Last In, First Out)
ขายของใหม่ก่อน ของเก่าอยู่ก่อนหน้า
แนะนำสำหรับ: ทองคำ, น้ำมัน, สินค้าราคาขึ้น
สำคัญ: ตามกฎหมายภาษีไทย ต้องใช้วิธีเดิมต่อเนื่อง เปลี่ยนวิธีต้องแจ้งกรมสรรพากรและมีเหตุผลที่สมเหตุสมผล ปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจ
Hypelive ช่วยจัดการสต็อกอย่างไร?
ที่ Hypelive เราใช้ Lark Base เป็นระบบจัดการสต็อกหลัก ช่วยลูกค้า SME เปลี่ยนจาก Excel ที่อัปเดตยาก มาสู่ระบบ Real-time ที่ทีมทั้งหมดเข้าถึงได้พร้อมกัน ทุก 7 โมงเช้า ระบบส่งรายงานสรุปยอดขาย สต็อกคงเหลือ และกำไรขั้นต้นผ่าน LINE ให้เจ้าของธุรกิจทราบทันที
SME Automation
฿4,900/เดือน
สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก ที่ต้องการระบบสต็อกพื้นฐาน
- Sync สต็อกทุก 3 วินาที
- รายงานเช้า 7 โมงผ่าน LINE
- เตือนสต็อกต่ำอัตโนมัติ
E-commerce Automation
฿25,000-55,000/เดือน
สำหรับ Live Commerce ขายหลายแพลตฟอร์ม TikTok Shop / Shopee / Lazada
- เชื่อม API TikTok + Shopee + Lazada
- Sync Real-time ไม่ขายซ้ำ
- Dashboard กำไรราย SKU
Sync ทุก 3 วินาที
อัปเดตสต็อกแบบ Real-time ทั่วทีม ไม่มีขายซ้ำ
ลดการยกเลิกออเดอร์
จาก 30-50 ครั้ง/เดือน เหลือ 1-2 ครั้ง สต็อกตรง
รายงาน 7 โมงเช้า
ยอดขาย สต็อกคงเหลือ กำไรขั้นต้น ส่งผ่าน LINE
เคสจริง: ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ (Live Commerce)
ลูกค้าขายเสื้อผ้าผ่าน TikTok Shop และ Shopee Live มีปัญหาขายซ้ำบ่อย เพราะใช้ Excel อัปเดตไม่ทัน หลังใช้ E-commerce Automation ของ Hypelive:
3 วินาที
Sync สต็อก
95%
ลดยกเลิกออเดอร์
30+ ชม.
ประหยัด/เดือน
7:00
รายงานทุกวัน
คำถามที่ถามบ่อย
Retail Inventory Method ใช้ได้กับธุรกิจอะไรบ้าง?
เหมาะกับร้านค้าที่มีสินค้าหลายรายการ ราคาขายใกล้เคียงกัน เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอาง ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่เหมาะกับสินค้าราคาแพงมากๆ เช่น ทองคำ รถยนต์
ต้องนับสต็อกจริงไหม ถ้าใช้วิธีนี้?
ต้องนับอยู่ดี แต่ไม่บ่อย ปกตินับปีละ 1-2 ครั้งพอ ส่วนวิธีนี้ใช้ประมาณการระหว่างปีเพื่อรู้ต้นทุนและยื่นภาษีเบื้องต้น
ใช้ Excel ทำได้ไหม?
ได้ แต่ยุ่งยากและผิดพลาดง่าย ถ้าทีมหลายคนใช้พร้อมกัน แนะนำใช้ระบบอย่าง Lark Base ที่อัปเดต Real-time และคำนวณอัตโนมัติ
FIFO vs LIFO เลือกอันไหนดี?
ถ้าขายสินค้ามีอายุ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ใช้ FIFO ถ้าขายสินค้าราคาขึ้น เช่น ทอง น้ำมัน และต้องการลดภาษี ใช้ LIFO แต่ต้องใช้ให้สม่ำเสมอ
Live Commerce ต้องจัดการสต็อกยังไง?
ต้องใช้ระบบที่อัปเดต Real-time เชื่อมกับแพลตฟอร์มที่ขาย ตั้งค่า Alert เมื่อใกล้หมด และมี Buffer Stock สำรอง 10-20% เผื่อคำสั่งซื้อเกิน
SME Automation กับ E-commerce Automation ต่างกันอย่างไร?
SME Automation (฿4,900/เดือน) เหมาะกับร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร คลินิก ที่ต้องการระบบสต็อกพื้นฐาน Sync ทุก 3 วินาที E-commerce Automation (฿25,000-55,000/เดือน) สำหรับ Live Commerce ขายหลายแพลตฟอร์ม มี API เชื่อม TikTok Shop Shopee Lazada แบบ Real-time
เริ่มต้นจัดการสต็อกแบบมืออาชีพ
เลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับธุรกิจคุณ หรือปรึกษา Hypelive ฟรีเพื่อหาระบบที่ใช่
E-commerce Automation
฿25,000-55,000/เดือน
- • API TikTok + Shopee + Lazada
- • Sync Real-time
- • Dashboard กำไร