ต้นทุนการหาลูกค้า (CAC)Customer Acquisition Cost คืออะไร? คำนวนยังไงให้คุ้ม?
ความหมายง่ายๆ
ต้นทุนการหาลูกค้า (CAC) คือ ยอดเงินที่เราต้องจ่ายไปเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ 1 คน มาซื้อของ รวมทุกอย่างตั้งแต่ค่าโฆษณา ค่าทำคอนเทนต์ ค่าแอดมิน จนถึงค่าอินฟลูเอนเซอร์
คำนวน CAC ยังไง? ง่ายมาก!
CAC = ค่าใช้จ่ายการตลาดทั้งหมด ÷ จำนวนลูกค้าใหม่
ตัวอย่างจริง: สมมติเดือนนี้เราลงทุนไปทั้งหมด:
- ค่าโฆษณา Facebook + TikTok: 50,000 บาท
- ค่าจ้างคอนเทนต์ครีเอเตอร์: 20,000 บาท
- ค่าแอดมินตอบแชท: 15,000 บาท
- ค่าอินฟลูเอนเซอร์: 15,000 บาท
รวมค่าใช้จ่าย = 100,000 บาท
ได้ลูกค้าใหม่ = 100 คน
CAC = 1,000 บาทต่อคน
CAC เท่าไหร่ถึง "ดี"?
CAC ที่ดี
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยปกติ CAC จะอยู่ที่ 200-800 บาทต่อคนขึ้นอยู่กับช่องทางและอุตสาหกรรม
CAC ที่สูงเกินไป
ถ้า CAC สูงกว่า 1,500 บาท โดยไม่มี LTV ที่สูงตาม = ธุรกิจอาจขาดทุน
สูตรความสำเร็จ: CAC < LTV
ต้นทุนหาลูกค้าต้อง น้อยกว่า กำไรที่ลูกค้าจะให้เราในระยะยาว (LTV = Lifetime Value)
✓ CAC 500 บาท แต่ลูกค้าซื้อซ้ำจนเราได้กำไร 2,000 บาท = คุ้ม!
✗ CAC 1,000 บาท แต่ลูกค้าซื้อครั้งเดียวเราได้กำไรแค่ 300 บาท = ขาดทุน!
5 วิธีลด CAC ให้ต่ำลง
1. ทำ SEO และ Organic Content
ลูกค้าที่เข้ามาจากการค้นหาธรรมชาติไม่เสียค่าแอด = CAC ต่ำมาก ลงทุนใน content ดีๆ ระยะยาวคุ้มกว่า
2. Retargeting คนที่เคยเข้าเว็บ
ยิงแอดตามคนที่เคยดูสินค้าแต่ยังไม่ซื้อ มีโอกาสซื้อสูงกว่ายิงหาคนใหม่ ๆ แพง
3. ใช้ Influencer Micro (10k-100k ฟอล)
อินฟลูเล็ก engagement สูง ค่าตัวถูก CAC ต่ำกว่าใช้ดาราหลักแสน
4. A/B Testing แอดให้ดี
ทดสอบ creative หลายแบบ เอาแบบที่ CTR สูงสุด จะได้จ่ายเงินน้อยลงแต่ได้ลูกค้าเท่าเดิม
5. สร้าง Referral Program
ให้ลูกค้าเก่าชวนเพื่อนมาซื้อ จ่ายค่าคอมมิชชั่นเฉพาะตอนขายได้ CAC ต่ำกว่ายิงแอดหาคนใหม่
CAC ต่างกันตามอุตสาหกรรม
แต่ละประเภทธุรกิจมี CAC ไม่เท่ากัน นี่คือตัวเลขเฉลี่ยในไทย:
| อุตสาหกรรม | CAC เฉลี่ย | LTV โดยเฉลี่ย |
|---|---|---|
| แฟชั่น/เสื้อผ้า | 300-600 บาท | 1,500-3,000 บาท |
| เครื่องสำอาง | 400-800 บาท | 2,000-4,000 บาท |
| อาหารเสริม | 600-1,200 บาท | 3,000-6,000 บาท |
| อิเล็กทรอนิกส์ | 500-1,000 บาท | 2,500-5,000 บาท |
| ของใช้ในบ้าน | 250-500 บาท | 1,000-2,000 บาท |
เปรียบเทียบ CAC แต่ละช่องทาง
Facebook Ads
400-800฿
เหมาะกับ: กลุ่มเป้าหมายอายุ 25-45, สินค้าทั่วไป
TikTok Ads
300-600฿
เหมาะกับ: Gen Z, สินค้าเทรนดี้, ไลฟ์สด
Google Ads
500-1,000฿
เหมาะกับ: คนหาซื้อเฉพาะเจาะจง, B2B
5 ความผิดพลาดที่ทำให้ CAC พุ่ง
1. ยิงแอดกว้างเกินไป
Target audience กว้าง = เจอคนไม่ใช่เป้าหมายเยอะ ต้องแคบให้สุด เฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสซื้อจริง
2. ไม่ทำ Retargeting
ยิงหาคนใหม่อย่างเดียว ลืมตามคนที่เคยเข้าเว็บ คนเหล่านี้ซื้อง่ายกว่า 50%
3. Landing Page แย่
ยิงแอดดีแต่หน้าเว็บโหลดช้า หรือไม่น่าเชื่อถือ = คนกดเข้ามาแต่ไม่ซื้อ CAC สูงปรี๊ด
4. ไม่เทส Creative
ใช้รูป/วิดีโอแบบเดิมตลอด ไม่ลองแบบใหม่ อาจพลาด creative ที่ CTR สูงกว่า
5. ลงทุนแค่ Paid อย่างเดียว
ลืมทำ SEO, Content, หรือ Social Media ฟรี ทำให้ต้องพึ่งแอดตลอดเวลา
อย่าลืมดู CAC แยกตามช่องทาง!
อย่ารวม CAC ทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ให้แยกดูว่า Facebook CAC เท่าไหร่ TikTok CAC เท่าไหร่ Google Ads CAC เท่าไหร่ จะได้รู้ว่าควรเอาเงินไปลงช่องทางไหนมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: CAC ต่ำกว่าเท่าไหร่ถึงดี?
A: ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ต้องดูคู่กับ LTV ถ้า LTV 3,000 บาท CAC ควรไม่เกิน 1,000 บาท (อัตราส่วน 3:1)
Q: ควรคำนวน CAC บ่อยแค่ไหน?
A: ควรดูทุกสัปดาห์สำหรับการตลาดที่ใช้เงินเยอะ หรืออย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อปรับกลยุทธ์
Q: CAC กับ CPA ต่างกันไหม?
A: คล้ายกัน แต่ CPA (Cost Per Acquisition) มักหมายถึงการได้ Lead หรือสมัครสมาชิก ส่วน CAC หมายถึงลูกค้าที่ซื้อจริง