Back to Blog
Live Commerce

5 หมวดสินค้าที่ไม่ควรขายบน Live Commerce

14 min read
Share:
5 หมวดสินค้าที่ไม่ควรขายบน Live Commerce
Live Commerce Strategy 2026

5 หมวดสินค้าที่ไม่ควรขายบน Live Commerce

(จาก Thai Market Insight)

คนไทย 92% เชื่อ influencer สูงสุดใน SEA... แต่ไม่ใช่ทุกสินค้าที่จะขายได้ บน Live Commerce

0%

ไทยเชื่อ Influencer

#1 ใน SEA

แต่
0%

Conversion (Cold)

สินค้าผิดหมวด

ความไว้วางใจสูง ขายได้ทุกอย่าง

The Truth: ไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะกับ Live

นั่งพักก่อน... เราคุยกันตรงๆ นะ

Live Commerce ในไทยเติบโตแรง 55%/ปี (2025-2026) แต่หลายแบรนด์เห็นตัวเลขนี้แล้ว รีบเปิดไลฟ์ทันทีโดยไม่ได้คิดว่า... สินค้าตัวเองเหมาะมั้ย?

ความจริงคือ: มีหมวดสินค้าบางอย่างที่ ยิ่งขายไลฟ์ ยิ่งเสีย

สินค้าที่ขายได้ดี

Beauty, F&B, Fashion <2,000฿

0%
Conversion (Warm)
สินค้าที่ต้องระวัง

เสื้อผ้าต้องลอง, เฟอร์นิเจอร์

0%
Return Rate
สินค้าที่ไม่ควรขาย

High-ticket, Luxury, B2B

0%
Conversion (Cold)

อันนี้ขายได้ดี: หมวดที่ควรโฟกัส

Live Commerce ที่ประสบความสำเร็จในไทย (2025)
ตัวเลขไม่โกหก: สินค้าเหล่านี้ครอง 78% ของยอดขายไลฟ์
แหล่งข้อมูล: Thailand Live Commerce Report 2025, eCommerceIQ
$0B

Beauty & Cosmetics

Demo ได้ชัด, ราคา 200-1,500฿, ซื้อซ้ำสูง

$0B

Food & Beverage

ซื้อได้ทันที, impulse buy, AOV 150-800฿

$0B

Fashion (<2,000฿)

เสื้อยืด, กางเกง one-size, อุปกรณ์เสริม

สิ่งที่พวกนี้มีเหมือนกัน: ราคาไม่สูง (≤2,000฿), ตัดสินใจเร็ว (<5 นาที), ดูได้ชัดเจนผ่านกล้อง, ไม่ต้องลองก่อนซื้อ

5 หมวดที่ไม่ควรขายไลฟ์ (และทำไม)

1. สินค้าราคาสูง (High-Ticket Items)

สินค้า >10,000 บาท

ทำไมไม่ได้ผล

จิตวิทยา: คนไทยต้องการเวลา "คิด" ก่อนซื้อสินค้าแพง → Live มี "ความกดดัน" ให้ตัดสินใจเร็ว → ขัดแย้งกับพฤติกรรม

พฤติกรรมจริง:

  • เปรียบเทียบราคา 3-7 เว็บ
  • อ่านรีวิวอย่างน้อย 10 รีวิว
  • ปรึกษาคนรู้จัก/ครอบครัว
  • ใช้เวลา 3-14 วันตัดสินใจ

ใน Live:

  • ต้องตัดสินใจภายใน 5-10 นาที
  • มีแค่ influencer 1 คนบอก
  • "ของหมดแล้วนะ" = pressure
  • ผลลัพธ์: ไม่กล้าซื้อ

ตัวเลขพูดเอง

0%

Conversion (Cold)

0%

Cancellation Rate

0x

Cost vs E-commerce

ตัวอย่างจริง:

แบรนด์กล้อง DSLR ราคา 35,000฿ ทำไลฟ์ 2 ชั่วโมง → มีคนดู 8,500 คน →ขายได้ 3 ตัว (conversion 0.03%) → คนบอกว่า "เอารีวิวไปดูก่อน แล้วค่อยซื้อ Shopee"

ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงขายได้?

  • Flash Sale แบบจริงจัง: ลด 40%+ จากราคาตลาด (ไม่ใช่ราคาปลอม)
  • Warm Audience: ลูกค้าเก่าที่รอซื้ออยู่แล้ว → ใช้ไลฟ์เป็นข้อเสนอพิเศษ
  • Pre-order กับแบรนด์ดัง: iPhone, Samsung → คนรู้สเปคแล้ว แค่มาจองก่อน
2. สินค้า B2B / Technical Products

Software, เครื่องจักร, อุปกรณ์อุตสาหกรรม

ทำไมไม่ได้ผล

Wrong Platform: คนตัดสินใจซื้อ B2B ไม่ได้นั่งดูไลฟ์ → พวกเขาอยู่ใน LinkedIn, ประชุม, หา Tender → TikTok/Shopee Live = เป้าหมายผิด 100%

Decision Maker อยู่ไหน:

  • LinkedIn (82% ของ B2B buyers)
  • Trade shows / งานแสดงสินค้า
  • Google Search (หาข้อมูลเทคนิค)
  • Sales call กับทีม

ไม่ได้อยู่ใน:

  • TikTok Live (99% เป็น Gen Z/Millennials)
  • Shopee/Lazada Live (B2C shoppers)
  • Instagram Live (lifestyle content)
  • Facebook Live (อาจมีบ้าง แต่ conversion ต่ำ)

เพิ่มเติม: Decision Process ต่างกัน

CriteriaB2C (Live ได้)B2B (Live ไม่ได้)
Decision Time<10 นาที2-12 เดือน
Decision Makers1 คน3-7 คน (committee)
Budgetใช้เงินตัวเองใช้งบบริษัท (ต้องอนุมัติ)
Researchรีวิว + influencerRFP, spec sheet, trial

ตัวอย่างจริง:

บริษัท Software ERP ทำไลฟ์ใน Facebook → มีคนดู 250 คน →ไม่มีคนซื้อเลย (0) → ผู้ชมส่วนใหญ่เป็น SME owners ที่ "แค่อยากรู้" แต่ไม่พร้อมซื้อ → ต้องติดตาม Sales 3-6 เดือนถึงจะ close

ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงใช้ Live ได้?

  • Product Demo (ไม่ใช่ขาย): ทำ webinar → รวบ leads → ให้ sales follow up
  • Hybrid Model: SME tools ที่ราคาไม่สูง (เช่น POS ราคา 3,900฿) → ใช้ไลฟ์แนะนำ → ขายผ่าน Line
  • ของแถมสำหรับ B2C: เช่น Canon ทำไลฟ์ขายกล้อง → เป้าหมาย Hobbyist ไม่ใช่ Professional
3. สินค้าต้องลองก่อน (Fitting Required)

เสื้อผ้า &gt;size M, รองเท้า, เฟอร์นิเจอร์

ทำไมไม่ได้ผล

The Fitting Problem: คนไทยมีรูปร่างหลากหลาย → "ดูดีในไลฟ์" ≠ "ใส่แล้วดี" → Return Rate สูงถึง 35-50% → แบรนด์ขาดทุนจากค่าขนส่งกลับ

ตัวเลขน่ากลัว:

0%

Return Rate (เสื้อผ้า)

0%

Return Rate (รองเท้า)

E-commerce ปกติ: 12-18% → Live Commerce: เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า!

ทำไม Return Rate สูง?

Impulse Buy: ซื้อตอนดูไลฟ์ตื่นเต้น → พอของมาถึง "เอ๊ะ ใหญ่กว่าที่คิด"
Size Chart ไม่ชัด: Model ไลฟ์สูง 165cm ผอม → ลูกค้าสูง 155cm อวบ = ไม่เข้า
เห็นผ่านกล้อง ≠ ของจริง: สี, ผ้า, texture ดูไม่เหมือนในไลฟ์
ไม่มีห้องลองของ: ต่างจาก store ที่ลองก่อนซื้อ

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่

ค่าจัดส่งไป฿50
Return Shipping (ลูกค้าคืน)฿50
ค่าแรงตรวจสอบ/แพ็คใหม่฿30
สินค้าเสียหาย (10% ของ return)฿50
รวมต้นทุน/1 return฿180

ถ้าขายเสื้อราคา 290฿ × Return Rate 35% = เสีย 63฿/ชิ้น จาก return alone!

ตัวอย่างจริง:

ร้านเสื้อผ้าทำไลฟ์ขาย dress ราคา 590฿ → ขายได้ 200 ชิ้น (ยอดขาย 118,000฿) →Return 68 ชิ้น (34%) → ต้นทุน return 12,240฿ + ของเสียหาย 2,000฿ → กำไรหาย 14,240฿ หรือ 12% ของยอดขาย!

ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงขายได้?

  • One-Size / Free Size: เสื้อยืด oversized, ผ้าพันคอ → ไม่ต้องใส่พอดีตัว
  • Size Chart ละเอียด: แสดง model หลายรูปร่าง (ผอม-อวบ-สูง-เตี้ย) ใส่ขนาดเดียวกัน
  • Easy Return Policy: ฟรีค่าส่งคืน + เปลี่ยนได้ทันที → ลดความกังวล (แต่กินต้นทุน)
  • อุปกรณ์เสริม: กระเป๋า, เข็มขัด, หมวก → ไม่ต้องใส่พอดีตัว
4. สินค้า Luxury / Premium Brands

LV, Chanel, Rolex, Premium Cars

ทำไมไม่ได้ผล

Brand Image Conflict: Luxury = Exclusivity, Prestige, Scarcity → Live Commerce = Mass market, Discounts, "ด่วน! เหลือ 5 ชิ้น!" → ขัดแย้งทั้งคู่

Luxury Positioning:

  • Exclusive boutiques
  • Personal shopping experience
  • No discounts (ราคาเต็มเท่านั้น)
  • Limited availability
  • High-touch service

Live Commerce Reality:

  • ใครก็ดูได้ (public stream)
  • มี 2,000 คนดูพร้อมกัน (mass)
  • "ลด 20%!" (ทำลาย prestige)
  • "เหลืออีก 10 ใบ รีบสั่ง!" (pressure)
  • ไม่มี personalization

Customer Expectation Mismatch

Luxury Customer คาดหวัง:

  • พนักงานต้อนรับส่วนตัว (not influencer กับคนดู 5,000 คน)
  • ห้องลองของส่วนตัว (not "ดูทาง Live")
  • Champagne service (not "พิมพ์ 1 ถ้าอยากได้!")
  • แพ็คกิจสวยงาม (not กล่อง e-commerce ทั่วไป)

ผลลัพธ์:

Customer รู้สึกว่า "ของปลอม" หรือ"brand ลดคลาส" → ไม่ซื้อ / ซื้อแล้วขอคืน

ผลกระทบระยะยาว

Brand Dilution: คนเริ่มมอง luxury brand เป็น "ของธรรมดา"
Discount Expectation: "เดี๋ยวรอโปรใน Live ดีกว่า" → ไม่มีคนซื้อราคาเต็ม
Counterfeit Association: "ขายใน Live = ของปลอม?" (perception issue)
Lost VIP Customers: ลูกค้า high-net-worth หนีไป competitor ที่รักษา exclusivity

ตัวอย่างจริง:

แบรนด์กระเป๋าหนัง premium (ราคา 25,000฿) ลองทำไลฟ์ใน TikTok →คอมเมนต์เต็มไปด้วย "ของจริงหรอ?" และ"Taobao มีนะ 2,000฿" → ยอดขายเป็น 0 + brand image เสียหาย → ต้องใช้เวลา 3 เดือนฟื้นฟู

ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงใช้ Live ได้?

  • Private Live (Invite-only): VIP customer เท่านั้น → รักษา exclusivity
  • Product Education (ไม่ขาย): สอนใช้, แนะนำ collection ใหม่ → ขายใน boutique ภายหลัง
  • Mid-Tier Luxury: Coach, Kate Spade → ยอมรับได้กว่า Hermès (แต่ต้องรักษา prestige)
  • Pre-owned Luxury: มือสอง = อธิบายได้ว่าทำไมราคาถูก (not brand ใหม่ลดราคา)
5. บริการซับซ้อน (Complex Services)

Insurance, Investment, Consulting, Legal

ทำไมไม่ได้ผล

Can't Demo in Live Format: บริการเหล่านี้ต้อง "คุย", "ปรึกษา", "customize" → ไม่ใช่ "ดู 5 นาทีแล้วซื้อ" → Live = Wrong Medium ตั้งแต่ต้น

ความซับซ้อนของบริการ:

  • ประกันชีวิต: ต้องถาม health history, financial goal, family situation (30-60 นาที)
  • กองทุน/หุ้น: ต้องประเมิน risk profile, investment horizon, portfolio (45+ นาที)
  • Consulting: ต้องทำ assessment, เข้าใจปัญหา, วางแผนแก้ไข (หลายชั่วโมง)
  • Legal Services: ต้องอ่านเอกสาร, เข้าใจกฎหมาย, ให้คำปรึกษาเฉพาะเจาะจง

Live Format Limitations

ปัญหาของ Live:

  • Public (ไม่ส่วนตัว) → เปิดเผยข้อมูลการเงินไม่ได้
  • One-to-many → ไม่ customize ตามคนดู
  • Limited time → อธิบายไม่ครบ
  • No follow-up → ซื้อแล้วไม่มีที่ติดตาม
  • Impulse buy → decision ไม่รอบคอบ → ยกเลิก

บริการต้องการ:

  • 1-on-1 consultation (ส่วนตัว)
  • Customization (ตามความต้องการ)
  • เวลาคิด (ไม่รีบ)
  • Long-term relationship (ติดตามต่อ)
  • Informed decision (รอบคอบ)

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

Mis-selling: ขายไม่ตรงความต้องการ → ลูกค้าผิดหวัง → ยกเลิก + บอกต่อแบบลบ
Legal Issues: บริการทางการเงิน/กฎหมาย ต้องปฏิบัติตาม regulation → Live ไม่ครบ → ผิดกฎหมาย
High Cancellation: ลูกค้าซื้อตอน impulse → พอไปคิดอีกที "ไม่ต้องการ" → ยกเลิก 60-80%
Trust Issues: บริการสำคัญ (เงิน/สุขภาพ/กฎหมาย) → ขายใน Live = ดูไม่น่าเชื่อถือ

ตัวอย่างจริง:

บริษัทประกันทำไลฟ์ขายกรมธรรม์ → มีคนสนใจ 45 คน กรอกฟอร์ม →ปิดการขายได้จริง 3 คน (6.6%) → ที่เหลือบอกว่า "ไม่เข้าใจเงื่อนไข" หรือ "ไปเช็คบริษัทอื่นก่อน" → ต้นทุน Live + Follow up สูงกว่าการตลาดแบบปกติ 3.5 เท่า

ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงใช้ Live ได้?

  • Lead Generation Only: ใช้ Live ให้ความรู้ → รวบ leads → ให้ sales/advisor ติดตามแบบ 1-on-1
  • Simple Services: รับทำบัญชีราคาเหมา 2,500฿/เดือน → ไม่ซับซ้อน ราคาตายตัว → ใช้ Live ได้
  • Q&A Sessions: ตอบคำถามทั่วไป → ไม่ขาย → build awareness + trust
  • Webinar Format: สอน 30-60 นาที → มี slides, ลงลึก → ต่างจาก Live แบบ casual

Conversion Rate เปรียบเทียบ (Data-Driven)

Conversion Rate: สินค้าที่ขายได้ vs ขายไม่ได้ (Thailand 2025)
Warm Audience = follower/ลูกค้าเก่า | Cold Audience = คนทั่วไป
แหล่งข้อมูล: Thailand Live Commerce Analytics 2025, Shopee/Lazada Seller Data
High Conversion (ขายได้ดี)
Beauty Products8-15%
F&B / Snacks6-12%
Fashion <2K5-10%
Home Accessories4-8%

Average: 8-12% (Warm) | 1-2% (Cold)

Low Conversion (ขายยาก)
High-Ticket (>10K)0.2-2%
Luxury Goods0.1-1%
B2B Products0.05-0.5%
Complex Services0.1-0.8%

Average: <1% (Warm) | <0.2% (Cold)

Decision Framework: สินค้าเหมาะไหม? (5 คำถาม)

ก่อนเปิดไลฟ์ ถามตัวเองทั้ง 5 ข้อ → ถ้าตอบได้ทั้งหมด = GO ได้!

1

ราคาไม่เกิน 5,000 บาทใช่ไหม?

✅ ใช่ → ตัดสินใจได้เร็ว | ❌ ไม่ → ต้องเวลาคิด (ไม่เหมาะ Live)

2

สินค้า "ดู" ได้ชัดเจนผ่านกล้องใช่ไหม?

✅ ใช่ → demo ได้ดี | ❌ ไม่ → ต้องลองจริง (เช่น perfume, ผ้า texture)

3

ไม่ต้องลอง/ปรับแต่งก่อนซื้อใช่ไหม?

✅ ใช่ → ซื้อได้ทันที | ❌ ไม่ → return rate สูง (เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า)

4

Target audience อยู่บน platform นี้ใช่ไหม?

✅ ใช่ (Gen Z/Millennials → TikTok) | ❌ ไม่ (B2B → LinkedIn)

5

Brand positioning ไม่ขัดแย้งกับ Live ใช่ไหม?

✅ ใช่ (casual/affordable) | ❌ ไม่ (luxury/exclusive)

สรุป:

  • ตอบได้ 5/5: GO! เหมาะมาก
  • ตอบได้ 3-4: ลองได้ แต่ต้องปรับกลยุทธ์
  • ตอบได้ ≤2: ไม่ควร! ใช้ช่องทางอื่นดีกว่า

Quick Reference: ขายได้ vs ขายไม่ได้

Criteria✅ ขายได้ดี❌ ไม่ควรขาย
ราคา≤2,000฿ (impulse buy ได้)>10,000฿ (ต้องคิดนาน)
Decision Time<5 นาที>1 สัปดาห์
Product TypePhysical ดูได้ชัด (Beauty, F&B)Service/Abstract (Consulting)
Try Before Buyไม่ต้องลอง (One-size, อุปกรณ์)ต้องลอง (เสื้อผ้า, รองเท้า)
AudienceB2C Gen Z/MillennialsB2B Decision Makers
Brand PositioningAffordable, AccessibleLuxury, Exclusive
Return Rate<15%>30%
Conversion (Cold)1-2%<0.5%

Bottom Line: รู้ก่อนเปิดไลฟ์

1

Live Commerce ไม่ใช่ "magic solution"

92% ไทยเชื่อ influencer แต่ไม่ได้หมายความว่าซื้อทุกอย่าง → เลือกสินค้าที่เหมาะกับ format

2

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ = ทำลายกำไร

Return shipping, cancellation, brand image damage → บางหมวดยิ่งขายไลฟ์ ยิ่งขาดทุน

3

รู้จัก "ข้อยกเว้น" ใช้ได้

High-ticket/Luxury ใช้ Live ได้ → ถ้าเป็น Private VIP / Lead Gen / Pre-owned (ไม่ใช่ขายตรง)

4

ทดสอบก่อน scale

ไลฟ์ครั้งแรก → วัดผล conversion, return rate, profit → ถ้าไม่ได้ผล หยุดเลย อย่า scale ของที่ไม่เวิร์ค

Warning: อย่าทำตาม "คนอื่นขายได้"!

ที่คนอื่นขายแบรนด์ luxury ใน Live ได้ → เพราะเขาอาจมี warm audience 100K+ คน หรือพรีออเดอร์จริงๆ → ถ้าคุณยังไม่มี base ขนาดนั้น อย่าลอง→ จะเสียทั้งเงินและ brand image

ต้องการวิเคราะห์ว่าสินค้าคุณเหมาะกับ Live Commerce หรือเปล่า?

HypeLive.io มี Product-Market Fit Assessment ฟรี → บอกได้เลยว่าสินค้าคุณควรขายไลฟ์ไหม + แนะนำกลยุทธ์ที่เหมาะสม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • • Thailand Live Commerce Market Report 2025 - eCommerceIQ
  • • Shopee & Lazada Live Seller Analytics 2025
  • • We Are Social & Hootsuite - Digital 2025 Thailand
  • • McKinsey & Company - SEA E-commerce Consumer Insights 2025
  • • Thailand E-commerce Association (TECA) - Live Commerce Study 2025
  • • HypeLive.io - Thailand Influencer Marketing Database

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 หมวดสินค้าที่ไม่ควรขายบน Live Commerce | Thai Market Insight