5 หมวดสินค้าที่ไม่ควรขายบน Live Commerce

5 หมวดสินค้าที่ไม่ควรขายบน Live Commerce
(จาก Thai Market Insight)
คนไทย 92% เชื่อ influencer สูงสุดใน SEA... แต่ไม่ใช่ทุกสินค้าที่จะขายได้ บน Live Commerce
ไทยเชื่อ Influencer
#1 ใน SEA
Conversion (Cold)
สินค้าผิดหมวด
ความไว้วางใจสูง ≠ ขายได้ทุกอย่าง
The Truth: ไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะกับ Live
นั่งพักก่อน... เราคุยกันตรงๆ นะ
Live Commerce ในไทยเติบโตแรง 55%/ปี (2025-2026) แต่หลายแบรนด์เห็นตัวเลขนี้แล้ว รีบเปิดไลฟ์ทันทีโดยไม่ได้คิดว่า... สินค้าตัวเองเหมาะมั้ย?
ความจริงคือ: มีหมวดสินค้าบางอย่างที่ ยิ่งขายไลฟ์ ยิ่งเสีย
Beauty, F&B, Fashion <2,000฿
เสื้อผ้าต้องลอง, เฟอร์นิเจอร์
High-ticket, Luxury, B2B
อันนี้ขายได้ดี: หมวดที่ควรโฟกัส
Beauty & Cosmetics
Demo ได้ชัด, ราคา 200-1,500฿, ซื้อซ้ำสูง
Food & Beverage
ซื้อได้ทันที, impulse buy, AOV 150-800฿
Fashion (<2,000฿)
เสื้อยืด, กางเกง one-size, อุปกรณ์เสริม
สิ่งที่พวกนี้มีเหมือนกัน: ราคาไม่สูง (≤2,000฿), ตัดสินใจเร็ว (<5 นาที), ดูได้ชัดเจนผ่านกล้อง, ไม่ต้องลองก่อนซื้อ
5 หมวดที่ไม่ควรขายไลฟ์ (และทำไม)
สินค้า >10,000 บาท
ทำไมไม่ได้ผล
จิตวิทยา: คนไทยต้องการเวลา "คิด" ก่อนซื้อสินค้าแพง → Live มี "ความกดดัน" ให้ตัดสินใจเร็ว → ขัดแย้งกับพฤติกรรม
พฤติกรรมจริง:
- เปรียบเทียบราคา 3-7 เว็บ
- อ่านรีวิวอย่างน้อย 10 รีวิว
- ปรึกษาคนรู้จัก/ครอบครัว
- ใช้เวลา 3-14 วันตัดสินใจ
ใน Live:
- ต้องตัดสินใจภายใน 5-10 นาที
- มีแค่ influencer 1 คนบอก
- "ของหมดแล้วนะ" = pressure
- ผลลัพธ์: ไม่กล้าซื้อ
ตัวเลขพูดเอง
Conversion (Cold)
Cancellation Rate
Cost vs E-commerce
ตัวอย่างจริง:
แบรนด์กล้อง DSLR ราคา 35,000฿ ทำไลฟ์ 2 ชั่วโมง → มีคนดู 8,500 คน →ขายได้ 3 ตัว (conversion 0.03%) → คนบอกว่า "เอารีวิวไปดูก่อน แล้วค่อยซื้อ Shopee"
ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงขายได้?
- Flash Sale แบบจริงจัง: ลด 40%+ จากราคาตลาด (ไม่ใช่ราคาปลอม)
- Warm Audience: ลูกค้าเก่าที่รอซื้ออยู่แล้ว → ใช้ไลฟ์เป็นข้อเสนอพิเศษ
- Pre-order กับแบรนด์ดัง: iPhone, Samsung → คนรู้สเปคแล้ว แค่มาจองก่อน
Software, เครื่องจักร, อุปกรณ์อุตสาหกรรม
ทำไมไม่ได้ผล
Wrong Platform: คนตัดสินใจซื้อ B2B ไม่ได้นั่งดูไลฟ์ → พวกเขาอยู่ใน LinkedIn, ประชุม, หา Tender → TikTok/Shopee Live = เป้าหมายผิด 100%
Decision Maker อยู่ไหน:
- LinkedIn (82% ของ B2B buyers)
- Trade shows / งานแสดงสินค้า
- Google Search (หาข้อมูลเทคนิค)
- Sales call กับทีม
ไม่ได้อยู่ใน:
- TikTok Live (99% เป็น Gen Z/Millennials)
- Shopee/Lazada Live (B2C shoppers)
- Instagram Live (lifestyle content)
- Facebook Live (อาจมีบ้าง แต่ conversion ต่ำ)
เพิ่มเติม: Decision Process ต่างกัน
| Criteria | B2C (Live ได้) | B2B (Live ไม่ได้) |
|---|---|---|
| Decision Time | <10 นาที | 2-12 เดือน |
| Decision Makers | 1 คน | 3-7 คน (committee) |
| Budget | ใช้เงินตัวเอง | ใช้งบบริษัท (ต้องอนุมัติ) |
| Research | รีวิว + influencer | RFP, spec sheet, trial |
ตัวอย่างจริง:
บริษัท Software ERP ทำไลฟ์ใน Facebook → มีคนดู 250 คน →ไม่มีคนซื้อเลย (0) → ผู้ชมส่วนใหญ่เป็น SME owners ที่ "แค่อยากรู้" แต่ไม่พร้อมซื้อ → ต้องติดตาม Sales 3-6 เดือนถึงจะ close
ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงใช้ Live ได้?
- Product Demo (ไม่ใช่ขาย): ทำ webinar → รวบ leads → ให้ sales follow up
- Hybrid Model: SME tools ที่ราคาไม่สูง (เช่น POS ราคา 3,900฿) → ใช้ไลฟ์แนะนำ → ขายผ่าน Line
- ของแถมสำหรับ B2C: เช่น Canon ทำไลฟ์ขายกล้อง → เป้าหมาย Hobbyist ไม่ใช่ Professional
เสื้อผ้า >size M, รองเท้า, เฟอร์นิเจอร์
ทำไมไม่ได้ผล
The Fitting Problem: คนไทยมีรูปร่างหลากหลาย → "ดูดีในไลฟ์" ≠ "ใส่แล้วดี" → Return Rate สูงถึง 35-50% → แบรนด์ขาดทุนจากค่าขนส่งกลับ
ตัวเลขน่ากลัว:
Return Rate (เสื้อผ้า)
Return Rate (รองเท้า)
E-commerce ปกติ: 12-18% → Live Commerce: เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า!
ทำไม Return Rate สูง?
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่
ถ้าขายเสื้อราคา 290฿ × Return Rate 35% = เสีย 63฿/ชิ้น จาก return alone!
ตัวอย่างจริง:
ร้านเสื้อผ้าทำไลฟ์ขาย dress ราคา 590฿ → ขายได้ 200 ชิ้น (ยอดขาย 118,000฿) →Return 68 ชิ้น (34%) → ต้นทุน return 12,240฿ + ของเสียหาย 2,000฿ → กำไรหาย 14,240฿ หรือ 12% ของยอดขาย!
ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงขายได้?
- One-Size / Free Size: เสื้อยืด oversized, ผ้าพันคอ → ไม่ต้องใส่พอดีตัว
- Size Chart ละเอียด: แสดง model หลายรูปร่าง (ผอม-อวบ-สูง-เตี้ย) ใส่ขนาดเดียวกัน
- Easy Return Policy: ฟรีค่าส่งคืน + เปลี่ยนได้ทันที → ลดความกังวล (แต่กินต้นทุน)
- อุปกรณ์เสริม: กระเป๋า, เข็มขัด, หมวก → ไม่ต้องใส่พอดีตัว
LV, Chanel, Rolex, Premium Cars
ทำไมไม่ได้ผล
Brand Image Conflict: Luxury = Exclusivity, Prestige, Scarcity → Live Commerce = Mass market, Discounts, "ด่วน! เหลือ 5 ชิ้น!" → ขัดแย้งทั้งคู่
Luxury Positioning:
- Exclusive boutiques
- Personal shopping experience
- No discounts (ราคาเต็มเท่านั้น)
- Limited availability
- High-touch service
Live Commerce Reality:
- ใครก็ดูได้ (public stream)
- มี 2,000 คนดูพร้อมกัน (mass)
- "ลด 20%!" (ทำลาย prestige)
- "เหลืออีก 10 ใบ รีบสั่ง!" (pressure)
- ไม่มี personalization
Customer Expectation Mismatch
Luxury Customer คาดหวัง:
- พนักงานต้อนรับส่วนตัว (not influencer กับคนดู 5,000 คน)
- ห้องลองของส่วนตัว (not "ดูทาง Live")
- Champagne service (not "พิมพ์ 1 ถ้าอยากได้!")
- แพ็คกิจสวยงาม (not กล่อง e-commerce ทั่วไป)
ผลลัพธ์:
Customer รู้สึกว่า "ของปลอม" หรือ"brand ลดคลาส" → ไม่ซื้อ / ซื้อแล้วขอคืน
ผลกระทบระยะยาว
ตัวอย่างจริง:
แบรนด์กระเป๋าหนัง premium (ราคา 25,000฿) ลองทำไลฟ์ใน TikTok →คอมเมนต์เต็มไปด้วย "ของจริงหรอ?" และ"Taobao มีนะ 2,000฿" → ยอดขายเป็น 0 + brand image เสียหาย → ต้องใช้เวลา 3 เดือนฟื้นฟู
ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงใช้ Live ได้?
- Private Live (Invite-only): VIP customer เท่านั้น → รักษา exclusivity
- Product Education (ไม่ขาย): สอนใช้, แนะนำ collection ใหม่ → ขายใน boutique ภายหลัง
- Mid-Tier Luxury: Coach, Kate Spade → ยอมรับได้กว่า Hermès (แต่ต้องรักษา prestige)
- Pre-owned Luxury: มือสอง = อธิบายได้ว่าทำไมราคาถูก (not brand ใหม่ลดราคา)
Insurance, Investment, Consulting, Legal
ทำไมไม่ได้ผล
Can't Demo in Live Format: บริการเหล่านี้ต้อง "คุย", "ปรึกษา", "customize" → ไม่ใช่ "ดู 5 นาทีแล้วซื้อ" → Live = Wrong Medium ตั้งแต่ต้น
ความซับซ้อนของบริการ:
- ประกันชีวิต: ต้องถาม health history, financial goal, family situation (30-60 นาที)
- กองทุน/หุ้น: ต้องประเมิน risk profile, investment horizon, portfolio (45+ นาที)
- Consulting: ต้องทำ assessment, เข้าใจปัญหา, วางแผนแก้ไข (หลายชั่วโมง)
- Legal Services: ต้องอ่านเอกสาร, เข้าใจกฎหมาย, ให้คำปรึกษาเฉพาะเจาะจง
Live Format Limitations
ปัญหาของ Live:
- Public (ไม่ส่วนตัว) → เปิดเผยข้อมูลการเงินไม่ได้
- One-to-many → ไม่ customize ตามคนดู
- Limited time → อธิบายไม่ครบ
- No follow-up → ซื้อแล้วไม่มีที่ติดตาม
- Impulse buy → decision ไม่รอบคอบ → ยกเลิก
บริการต้องการ:
- 1-on-1 consultation (ส่วนตัว)
- Customization (ตามความต้องการ)
- เวลาคิด (ไม่รีบ)
- Long-term relationship (ติดตามต่อ)
- Informed decision (รอบคอบ)
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
ตัวอย่างจริง:
บริษัทประกันทำไลฟ์ขายกรมธรรม์ → มีคนสนใจ 45 คน กรอกฟอร์ม →ปิดการขายได้จริง 3 คน (6.6%) → ที่เหลือบอกว่า "ไม่เข้าใจเงื่อนไข" หรือ "ไปเช็คบริษัทอื่นก่อน" → ต้นทุน Live + Follow up สูงกว่าการตลาดแบบปกติ 3.5 เท่า
ข้อยกเว้น: เมื่อไหร่ถึงใช้ Live ได้?
- Lead Generation Only: ใช้ Live ให้ความรู้ → รวบ leads → ให้ sales/advisor ติดตามแบบ 1-on-1
- Simple Services: รับทำบัญชีราคาเหมา 2,500฿/เดือน → ไม่ซับซ้อน ราคาตายตัว → ใช้ Live ได้
- Q&A Sessions: ตอบคำถามทั่วไป → ไม่ขาย → build awareness + trust
- Webinar Format: สอน 30-60 นาที → มี slides, ลงลึก → ต่างจาก Live แบบ casual
Conversion Rate เปรียบเทียบ (Data-Driven)
Average: 8-12% (Warm) | 1-2% (Cold)
Average: <1% (Warm) | <0.2% (Cold)
Decision Framework: สินค้าเหมาะไหม? (5 คำถาม)
ก่อนเปิดไลฟ์ ถามตัวเองทั้ง 5 ข้อ → ถ้าตอบได้ทั้งหมด = GO ได้!
ราคาไม่เกิน 5,000 บาทใช่ไหม?
✅ ใช่ → ตัดสินใจได้เร็ว | ❌ ไม่ → ต้องเวลาคิด (ไม่เหมาะ Live)
สินค้า "ดู" ได้ชัดเจนผ่านกล้องใช่ไหม?
✅ ใช่ → demo ได้ดี | ❌ ไม่ → ต้องลองจริง (เช่น perfume, ผ้า texture)
ไม่ต้องลอง/ปรับแต่งก่อนซื้อใช่ไหม?
✅ ใช่ → ซื้อได้ทันที | ❌ ไม่ → return rate สูง (เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า)
Target audience อยู่บน platform นี้ใช่ไหม?
✅ ใช่ (Gen Z/Millennials → TikTok) | ❌ ไม่ (B2B → LinkedIn)
Brand positioning ไม่ขัดแย้งกับ Live ใช่ไหม?
✅ ใช่ (casual/affordable) | ❌ ไม่ (luxury/exclusive)
สรุป:
- ตอบได้ 5/5: GO! เหมาะมาก
- ตอบได้ 3-4: ลองได้ แต่ต้องปรับกลยุทธ์
- ตอบได้ ≤2: ไม่ควร! ใช้ช่องทางอื่นดีกว่า
Quick Reference: ขายได้ vs ขายไม่ได้
| Criteria | ✅ ขายได้ดี | ❌ ไม่ควรขาย |
|---|---|---|
| ราคา | ≤2,000฿ (impulse buy ได้) | >10,000฿ (ต้องคิดนาน) |
| Decision Time | <5 นาที | >1 สัปดาห์ |
| Product Type | Physical ดูได้ชัด (Beauty, F&B) | Service/Abstract (Consulting) |
| Try Before Buy | ไม่ต้องลอง (One-size, อุปกรณ์) | ต้องลอง (เสื้อผ้า, รองเท้า) |
| Audience | B2C Gen Z/Millennials | B2B Decision Makers |
| Brand Positioning | Affordable, Accessible | Luxury, Exclusive |
| Return Rate | <15% | >30% |
| Conversion (Cold) | 1-2% | <0.5% |
Bottom Line: รู้ก่อนเปิดไลฟ์
Live Commerce ไม่ใช่ "magic solution"
92% ไทยเชื่อ influencer แต่ไม่ได้หมายความว่าซื้อทุกอย่าง → เลือกสินค้าที่เหมาะกับ format
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ = ทำลายกำไร
Return shipping, cancellation, brand image damage → บางหมวดยิ่งขายไลฟ์ ยิ่งขาดทุน
รู้จัก "ข้อยกเว้น" ใช้ได้
High-ticket/Luxury ใช้ Live ได้ → ถ้าเป็น Private VIP / Lead Gen / Pre-owned (ไม่ใช่ขายตรง)
ทดสอบก่อน scale
ไลฟ์ครั้งแรก → วัดผล conversion, return rate, profit → ถ้าไม่ได้ผล หยุดเลย อย่า scale ของที่ไม่เวิร์ค
Warning: อย่าทำตาม "คนอื่นขายได้"!
ที่คนอื่นขายแบรนด์ luxury ใน Live ได้ → เพราะเขาอาจมี warm audience 100K+ คน หรือพรีออเดอร์จริงๆ → ถ้าคุณยังไม่มี base ขนาดนั้น อย่าลอง→ จะเสียทั้งเงินและ brand image
ต้องการวิเคราะห์ว่าสินค้าคุณเหมาะกับ Live Commerce หรือเปล่า?
HypeLive.io มี Product-Market Fit Assessment ฟรี → บอกได้เลยว่าสินค้าคุณควรขายไลฟ์ไหม + แนะนำกลยุทธ์ที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- • Thailand Live Commerce Market Report 2025 - eCommerceIQ
- • Shopee & Lazada Live Seller Analytics 2025
- • We Are Social & Hootsuite - Digital 2025 Thailand
- • McKinsey & Company - SEA E-commerce Consumer Insights 2025
- • Thailand E-commerce Association (TECA) - Live Commerce Study 2025
- • HypeLive.io - Thailand Influencer Marketing Database


