Back to Blog
E-commerce

ภาษีขายของออนไลน์ 2026: สิ่งที่ Seller ต้องรู้

10 min read
Share:
ภาษีขายของออนไลน์ 2026: สิ่งที่ Seller ต้องรู้

ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม? เท่าไหร่?

รายได้เกิน 60,000 บาท/ปี ต้องยื่นภาษี แต่จะเสียภาษีจริงเมื่อรายได้สุทธิเกิน 150,000 บาท และต้องจด VAT เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาท/ปี

ภาษีขายของออนไลน์ 2026: ยื่นภาษีเมื่อรายได้เกิน 60,000 บาท/ปี เสียภาษีเมื่อรายได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่าย) เกิน 150,000 บาท จด VAT เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ธนาคารแจ้งสรรพากร: 3,000 ธุรกรรม+ หรือ 400 ครั้ง+2 ล้านบาท

หลายคนขายของออนไลน์แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเสียภาษีหรือไม่ บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องที่ Seller ต้องรู้ ตั้งแต่เกณฑ์รายได้ วิธีคำนวณ ไปจนถึงบทลงโทษหากหลีกเลี่ยง

60Kบาท/ปี ต้องยื่นภาษีกรมสรรพากร 2025
150Kบาท รายได้สุทธิเริ่มเสียภาษีRevenue Department
1.8Mบาท/ปี จด VATพ.ร.บ. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1. ใครต้องเสียภาษีขายของออนไลน์?

ทุกคนที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ล้วนมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย แต่ "ยื่นภาษี" ไม่ได้แปลว่าต้อง "เสียภาษี" เสมอไป

เกณฑ์รายได้สำคัญ 3 ระดับ

ระดับ 1

รายได้ 60,000 บาท/ปีขึ้นไป

ต้อง "ยื่นแบบ" ภาษี (ภ.ง.ด. 90) แม้ไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม

ระดับ 2

รายได้สุทธิ 150,000 บาท/ปีขึ้นไป

เริ่มต้อง "เสียภาษี" ตามอัตราก้าวหน้า 5-35%

ระดับ 3

ยอดขาย 1,800,000 บาท/ปีขึ้นไป

ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

2. ธนาคารแจ้งสรรพากรเมื่อไหร่?

ตั้งแต่ปี 2562 ธนาคารและผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่ส่งข้อมูลการทำธุรกรรมให้กรมสรรพากร ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (e-Payment)

เกณฑ์ที่ธนาคารต้องแจ้งสรรพากร

3,000+ ครั้ง/ปี

จำนวนธุรกรรมต่อบัญชี (ไม่ว่ายอดเงินเท่าไหร่)

400 ครั้ง + 2 ล้านบาท

ธุรกรรม 400 ครั้งขึ้นไป และยอดรวมเกิน 2 ล้านบาท

* หากเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ข้อมูลจะถูกส่งให้สรรพากรภายในมีนาคมของปีถัดไป

3. วิธีคำนวณภาษีสำหรับ Seller

การขายของออนไลน์จัดเป็น "เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8" (มาตรา 40(8)) สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ:

2 วิธีหักค่าใช้จ่าย

วิธีการรายละเอียดเหมาะกับ
หักแบบเหมา 60%หักค่าใช้จ่ายได้ 60% โดยไม่ต้องมีหลักฐานผู้ที่ไม่มีเอกสารค่าใช้จ่าย
หักตามจริงหักได้ตามค่าใช้จ่ายจริง (ต้องมีหลักฐาน)ผู้ที่มีค่าใช้จ่ายเกิน 60%

ตัวอย่างการคำนวณ

กรณี: ยอดขาย 500,000 บาท/ปี

รายได้ทั้งปี500,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60%- 300,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว- 60,000 บาท
รายได้สุทธิ140,000 บาท
ภาษีที่ต้องเสีย0 บาท (ไม่ถึง 150,000)

กรณี: ยอดขาย 1,000,000 บาท/ปี

รายได้ทั้งปี1,000,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60%- 600,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว- 60,000 บาท
รายได้สุทธิ340,000 บาท
ภาษีที่ต้องเสีย~17,000 บาท

* คำนวณจากอัตราภาษีก้าวหน้า: 0-150K = 0% | 150K-300K = 5% | 300K-500K = 10%

4. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2567-2568

รายได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษีภาษีสะสมสูงสุด
0 - 150,000ยกเว้น0
150,001 - 300,0005%7,500
300,001 - 500,00010%27,500
500,001 - 750,00015%65,000
750,001 - 1,000,00020%115,000
1,000,001 - 2,000,00025%365,000
2,000,001 - 5,000,00030%1,265,000
5,000,001 ขึ้นไป35%-

5. เมื่อไหร่ต้องจด VAT?

หากยอดขายสินค้าหรือบริการ เกิน 1,800,000 บาทต่อปี{' '} ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า

สิ่งที่ต้องทำเมื่อจด VAT

  • ออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ทุกครั้งที่ขาย
  • ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)
  • เก็บเอกสารภาษีซื้อ-ขายอย่างน้อย 5 ปี
  • นำส่ง VAT 7% ให้สรรพากร (หักภาษีซื้อได้)

6. โทษของการหลีกเลี่ยงภาษี

สรรพากรมีอำนาจเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้สูงสุด 10 ปี และมีบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงสำหรับผู้หลีกเลี่ยงภาษี

บทลงโทษทางภาษี

เบี้ยปรับ: 2 เท่าของภาษี

หากตรวจพบว่าหลีกเลี่ยงหรือไม่ยื่นภาษี ต้องจ่ายภาษีค้าง + เบี้ยปรับ 2 เท่า

เงินเพิ่ม: 1.5% ต่อเดือน

คิดจากวันที่ครบกำหนดยื่นจนถึงวันที่ชำระ (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)

ตรวจสอบย้อนหลัง: สูงสุด 10 ปี

สรรพากรสามารถเรียกตรวจสอบรายได้ย้อนหลังได้ถึง 10 ปี

7. วิธียื่นภาษีสำหรับ Seller ออนไลน์

ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์

1

สมัครใช้งาน e-Filing

ไปที่ efiling.rd.go.th ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน

2

เตรียมข้อมูลรายได้

รวบรวมยอดขายจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop ทั้งปี

3

กรอกแบบ ภ.ง.ด.90

ระบุรายได้ประเภท 40(8) และเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือตามจริง

4

ชำระภาษี (ถ้ามี)

จ่ายผ่าน Internet Banking, บัตรเครดิต, หรือ QR Code

* กำหนดยื่นภาษี: ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป (ยื่นออนไลน์ขยายถึง 8 เมษายน)

8. เทคนิคบริหารภาษีสำหรับ Seller

ควรทำ

  • เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกรายการ
  • แยกบัญชีธนาคารสำหรับการค้า
  • ยื่นภาษีตรงเวลาทุกปี
  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้ครบ
  • ปรึกษานักบัญชีเมื่อยอดขายสูงขึ้น

ไม่ควรทำ

  • หลีกเลี่ยงการยื่นภาษี
  • ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินค้าขาย
  • แจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
  • เปิดหลายบัญชีเพื่อหลบเกณฑ์
  • คิดว่าขายน้อยไม่ต้องยื่นภาษี

คำถามที่พบบ่อย

ขายของในเพจ Facebook ต้องเสียภาษีไหม?

ต้องครับ ไม่ว่าจะขายบนแพลตฟอร์มไหน Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Facebook ล้วนต้องยื่นภาษีเหมือนกัน หากรายได้เกิน 60,000 บาท/ปี

รับโอนเงินจากหลายแพลตฟอร์มต้องทำอย่างไร?

ให้รวมรายได้จากทุกแพลตฟอร์ม (Shopee + Lazada + TikTok Shop + อื่นๆ) เป็นยอดรวมทั้งปี แล้วยื่นภาษีรวมกันในแบบ ภ.ง.ด.90

ขายของแล้วขาดทุน ยังต้องยื่นภาษีไหม?

ถ้ารายได้เกิน 60,000 บาท/ปี ยังต้องยื่นแบบอยู่ แต่ถ้าหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือรายได้สุทธิ ไม่ถึง 150,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษีครับ

Platform หัก VAT แล้ว ยังต้องจด VAT อีกไหม?

ค่าธรรมเนียมที่ Platform หักไม่ใช่ VAT ของผู้ขาย หากยอดขายของคุณเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีเอง

สรุป

การเสียภาษีไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือการเข้าใจเกณฑ์และเตรียมตัวให้พร้อม ยอดขาย 500,000 บาท/ปี หักค่าใช้จ่าย 60% + ค่าลดหย่อนส่วนตัว จะเหลือรายได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีเลย

Key Takeaways:

  • รายได้ 60,000+ บาท/ปี → ต้องยื่นแบบภาษี
  • รายได้สุทธิ 150,000+ บาท/ปี → เริ่มเสียภาษี 5%
  • ยอดขาย 1.8 ล้านบาท/ปี → ต้องจด VAT
  • หักค่าใช้จ่ายได้ 60% โดยไม่ต้องมีหลักฐาน
  • ยื่นภาษีตรงเวลาหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษีขายของออนไลน์ 2026: คู่มือครบทุกเรื่องที่ Seller ต้องรู้